สุนัขเป็นเชื้อรา อาการ วิธีรักษา และการป้องกันในช่วงหน้าฝน
ช่วงหน้าฝนของประเทศไทย อากาศที่ร้อนชื้นเป็นแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดี สุนัขของคุณเสี่ยงต่อการติดเชื้อราที่ผิวหนังได้ง่ายกว่าปกติ โรคเชื้อราในสุนัขไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวเกินจะรับมือ แต่ถ้าปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจลุกลามจนเกิดปัญหาร้ายแรงตามมาได้
สุนัขเป็นเชื้อรา มีอาการอย่างไร
อาการเบื้องต้นของสุนัขที่ติดเชื้อรามักเริ่มจาก ผิวหนังคัน สังเกตได้จากลูกหมาของคุณเริ่มเกาตัวบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณหู อุ้งเท้า ข้อพับขา และใต้ท้อง ยิ่งถ้าอากาศชื้นมากขึ้น อาการคันจะแย่ลงเรื่อยๆ
ลักษณะอาการที่เด่นชัด ได้แก่ ขนร่วงเป็นหย่อมๆ บริเวณที่ติดเชื้อ ผิวหนังเป็นผื่นแดงหรือมีตุ่มน้ำใส บางครั้งมีของเหลวไหลออกมาและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ถ้าสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ควบคู่กันหลายข้อ ให้นึกถึงโอกาสที่ลูกหมาจะกำลังเป็นเชื้อราอยู่
นอกจากนี้ สุนัขบางตัวอาจมีอาการไม่ค่อยอยากเล่น ไม่กระปรี้กระเปร่าเท่าที่ควร หรือหงุดหงิดเมื่อพื้นที่ที่คันถูกสัมผัส ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าความรู้สึกไม่สบายกำลังสะสมอยู่
สาเหตุที่ทำให้สุนัขติดเชื้อราในหน้าฝน
ฤดูฝนในประเทศไทยมีความชื้นสูงตลอดเวลา สภาพแวดล้อมแบบนี้เอื้อให้เชื้อราขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว สุนัขที่ชอบวิ่งเล่นในสนามหญ้าเปียก ขุดดิน หรือแม้แต่เดินบนพื้นผิวที่อับชื้น ล้วนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทุกครั้ง
อีกสาเหตุหนึ่งคือ ภูมิคุ้มกันของสุนัขที่อ่อนแอลง จากปัจจัยอื่น เช่น พันธุกรรม ความเครียด หรือโรคประจำตัว สุนัขที่เคยเป็นเชื้อรามาก่อนมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก เพราะเชื้อราสามารถฝังตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมได้นานหลายเดือน
การที่เจ้าของสุนัขพาลูกหมาไปเดินในสวนสาธารณะที่มีสัตว์อื่นเคยถูกเชื้อรา ก็เป็นอีกช่องทางการแพร่กระจายได้ง่าย ทั้งผ่านทางดิน หญ้า หรือแม้กระทั่งถาดน้ำและของเล่นที่ใช้ร่วมกัน
วิธีรักษาสุนัขที่เป็นเชื้อรา
เมื่อพบว่าสุนัขของคุณมีอาการคันผิดปกติ ขั้นตอนแรกควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัด สัตวแพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างผิวหนังหรือขนไปตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็นเชื้อราจริงๆ หรือเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่น
การรักษาหลักมักใช้ ยาต้านเชื้อราทาภายนอก เช่น ครีมหรือลอสชั่นทาบริเวณที่ติดเชื้อ ควบคู่กับ ยาต้านเชื้อรากิน สำหรับกรณีที่อาการลุกลาม ทั้งนี้การรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องตามที่สัตวแพทย์สั่ง โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ขึ้นไป
ในระหว่างการรักษา ควรทำความสะอาดบริเวณที่เป็นเชื้อราด้วยน้ำยาที่สัตวแพทย์แนะนำ สุนัขที่เป็นเชื้อราควรอาบน้ำด้วยแชมพูต้านเชื้อราเป็นประจำ รวมถึงทำความสะอาดของเล่น ถาดน้ำ และที่นอนอย่างสม่ำเสมอ
การป้องกันไม่ให้สุนัขเป็นเชื้อราในหน้าฝน
การป้องกันที่ดีที่สุดคือ รักษาความแห้งของผิวหนังและขน หลังจากพาสุนัขไปเดินเล่นหรืออาบน้ำแล้ว ควรใช้ผ้าขนหนูหรือเครื่องเป่าผมที่อุณหภูมิไม่ร้อนเกินไปเพื่อเป่าให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยพับ ระหว่างนิ้วเท้า และใต้ท้อง
พื้นที่นอนของสุนัขควรเป็นพื้นที่ที่ มีอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่อับชื้น หลีกเลี่ยงการให้สุนัขนอนบนพื้นที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน ถ้าบ้านของคุณมีความชื้นสูงมากในช่วงหน้าฝน การใช้เครื่องดูดความชื้นในห้องที่สุนัขอยู่บ่อยจะช่วยลดความเสี่ยงได้
การดูแลสุขอนามัยประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน อาบน้ำสุนัขด้วยแชมพูที่เหมาะกับสภาพผิวหนัง ตัดขนบริเวณที่ยาวเกินไปซึ่งอาจอับชื้นง่าย รวมถึงตรวจเช็คผิวหนังสุนัขเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อหาอาการผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ
สำหรับสุนัขที่มีประวัติเคยเป็นเชื้อรามาก่อน ควรพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจติดตามอาการเป็นระยะ และอาจได้รับคำแนะนำเรื่องอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนังเพิ่มเติม
ถ้าสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพสุนัขในหน้าฝนแบบครบวงจร ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สุขภาพสุนัขหน้าฝน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกโรคที่มากับฤดูฝน
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
สุนัขเป็นเชื้อรา, อาการสุนัขเป็นเชื้อรา, วิธีรักษาสุนัขเป็นเชื้อรา, ป้องกันเชื้อราในสุนัข, หน้าฝนสุนัข, สุขภาพสุนัขหน้าฝน, โรคผิวหนังสุนัข, การดูแลสุนัขฤดูฝน, ลูกหมาเชื้อรา, สุนัขคัน
ผจญภัยในโลกกว้าง
เรียนรู้เรื่องราวของสัตว์ป่า สารคดีธรรมชาติ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวร่วมกับเรา
เริ่มการสำรวจ